วิธีเลี้ยง กบทำเงิน 

วิธีเลี้ยง กบทำเงิน สำหรับผู้ที่เริ่มต้น ทุนน้อย วันนี้เราจะมาแบ่งปันข้อมูล ในการเลี้ยงกบ เพื่อเป็นแนวทาง ในการนำไปเลี้ยง สำหรับการ ทำเป็นอาชีพเสริม หรือ นำมาบริโภค และสามารถสร้างรายได้ เพิ่มให้แก่เรา แต่วันนี้ เราไม่ได้เพียงแค่จะมาแนะนำวิธี เลี้ยงกบ เพียงอย่างเดียว แต่เรายังมี เว็บออนไลน์ ที่จะพาท่านทำเงินง่ายๆ โดยไม่ต้องยุ่งยาก แม้มีทุนน้อย ก็สามารถทำได้ เข้าชม หน้าเว็บไซต์ได้ที่ UFABET เว็บตรง โอนจ่ายเงินเร็ว และ ดีที่สุด เข้ามาเล่นกันได้แบบสดๆ พร้อมที่จะพาตื่นตา ตื่นใจ ไปกับการ เล่นเกม สามารถเล่นได้ ทุกที่ ทุกเวลา

วิธีเลี้ยง
สำหรับผู้ที่เริ่มต้น ทุนน้อย 

วิธีเลี้ยง กบทำเงิน เริ่มต้นมือใหม่ทำได้ง่าย แม้ทุนน้อยก็สามารถทำได้

การเลือกสถานที่เลี้ยงกบ

ก่อนอื่น เราต้องเริ่มจากการเลือกบ่อ หรือ คอก ที่จะทำการ เลี้ยงกบ การเลือกสถานที่ เลี้ยงกบ

ควรมีดังนี้

  • ควรเลือก สถานที่ใกล้บ้าน เลี้ยงง่าย และสะดวก ในการดูแล รักษา เพื่อไม่ให้สัตว์อื่น มาทำอันตรายกับ กบของเรา
  • ควรเลือกเป็นพื้นที่สูง ป้องกันน้ำท่วม
  • เลือกพื้นที่ราบ เสมอกันเพื่อ สะดวก ในการสร้างคอก และ แอ่งน้ำ
  • อยู่ใกล้แหล่งน้ำ เพื่อสะดวก ในการ เปลี่ยนถ่ายน้ำ
  • ห่างจากถนน เพื่อป้องกันเสียงรบกวน เนื่องจากกบ ต้องการการพักผ่อน จะได้โตเร็วๆ

 พันธ์ุกบที่นิยมเลี้ยง มี 2 สายพันธุ์ คือ กบอเมริกันบูลฟร็อก และ กบนา สำหรับผู้เริ่มต้น เราแนะนำให้เลี้ยง กบนาเพราะ กบนา ใช้เวลา เพียงแค่ 4 ถึง 5 เดือน ก็โต และ มีขนาด ถึง 4 – 5 กิโลกรัมเป็น กบ ที่โตเร็ว และ เป็นที่นิยมบริโภค กันโดยทั่วไป

กบนาตัวผู้ จะมีขนาดเล็กกว่า ตัวเมีย ส่วนกบ เตัวเมีย ที่มีไข่แก่ จะสังเกตเห็นท้องบวม และ ใหญ่กว่าปกติ

การเพาะพันธ์กบ

เตรียม พ่อแม่พันธุ์กบ สามารถทำได้ 2 วิธี คือ หาตามแหล่งน้ำธรรมชาติ หรือ ซื้อจากแหล่งเพาะเลี้ยงก็ได้ การเพาะเลี้ยงพ่อพันธุ์แม่พันธุ์กบขึ้นมาเอง สำหรับผู้เริ่มต้น แนะนำให้หา ตามแหล่งธรรมชาติ เนื่องจากหาง่าย มีความทนทานโรค และ ลงทุนน้อย

เมื่อเลือกแล้ว ว่าจะหาพ่อพันธุ์แม่พันธุ์ กบจากแหล่งไหน แล้วเราจะมาแนะนำ วิธีดูพ่อแม่พันธุ์ว่า ต้องมีลักษณะอย่างไรบ้าง

  • แม่พันธุ์กบ ตัวที่มีไข่ ในท้องจะขยายใหญ่ แล้วก็มีปุ่มสากข้างลำตัวสองข้าง เมื่อใช้นิ้วสัมผัสจะรู้สึกได้ แต่เมื่อไข่หมดท้อง ปุ่มสากนี้จะหายไป
  • การเลือก พ่อพันธุ์กบ เมื่อถึงฤดูผสมพันธุ์ กบตัวผู้ จะส่งเสียงร้องเสียงดัง กล่องเสียงใต้คาง จะพองโต ลำตัวมีสีเหลืองเข้ม

วิธีการเตรียมบ่อ

  • ล้าง ทำความสะอาดบ่อ และ ปากบ่อ ทิ้งไว้ 2 – 3 วัน
  • เมื่อถึงเวลาที่กบจะผสมพันธุ์ ช่วงเย็นก่อนมืด ให้เติมน้ำสะอาด 7 ถึง 10 เซนติเมตร ไว้ในบ่อ
  • นำน้ำแข็งละลายสาดน้ำให้ทั่วบ่อ หากิ่งไม้ หรือ เถาผักบุ้งลอยน้ำ ใส่ในบ่อ ให้เป็นที่ยึดของกบ
  • นำพ่อพันธุ์แม่พันธุ์ มาปล่อย กบจะไข่ภายในเช้าของวันรุ่งขึ้น
  • ไข่กบจะฟัก ออกเป็นลูกอ๊อด ภายในหนึ่งวัน โดยในสองวันแรก ยังไม่ต้องให้อาหาร เพราะกบยังใช้ไข่แดง ที่ติดมาเลี้ยงตัวเองอยู่
  • วันที่สาม เริ่มให้อาหาร โดยใช้อาหารปลาดุก หรือ ลำ ปลาบด ไข่แดงต้ม หรือ ไข่ตุ๋น อย่างใดอย่างหนึ่ง และไม่ต้องให้เยอะมาก เพราะจะทำให้น้ำเสียเร็ว
  • ลูกอ๊อดอายุ 20 ถึง 30 วันจะโต เป็นลูกกบเต็มวัย มีสี่ขา ให้หากระดาน หรือ ขอนไม้ ให้เกาะ
  • คัดเลือก ลูกกบที่เริ่มโตเต็มวัย ขนาดเท่ากัน ไปอนุบาลอีกบ่อ เพื่อป้องกันการกินกัน หรือ ตอดหางกัน ทำให้เป็นแผล
  • เมื่อเลี้ยงได้ประมาณ 40 วัน ก็สามารถนำมา ประกอบอาหาร หรือ สามารถ นำไปขายเพื่อ สร้างรายได้ ให้แก่เรา
  • ต้องมีการคัดขนาด กบ อยู่เป็นประจำ เพื่อไม่ให้กบกินกันเอง
  • ดูแลถ่ายน้ำประมาณ  10 – 15 วัน ต่อครั้ง โดยใช้สายยางดูด พืชผักผลไม้รอบบ้าน แล้วเติมใหม่ ควรเลี้ยงปลาดุกในบ่อกบ เพื่อช่วยกินอาหาร ที่หกเลอะเทอะจากกบ จะทำให้ไม่ต้อง เปลี่ยนถ่ายน้ำบ่อย

การเลี้ยงกบ มีประโยชน์มาก สามารถใช้เป็นอาหาร และ สร้างอาชีพ ให้เราได้แถมยังมีโปรตีนสูง และยังช่วยกำจัดหนอนแมลงศัตรูพืช ได้อีกด้วย การนำกบมาเพาะเลี้ยง เป็นอาชีพหลัก และ อาชีพเสริม สามารถเพาะเลี้ยงง่าย โตเร็วเป็นการใช้เวลาว่าง ให้เกิดประโยชน์ แล้วก็สามารถเลี้ยงได้ ทั้งใน บ่อดิน และ บ่อซีเมนต์ กระชัง และ บอกพลาสติกควรเลือกทำบ่อ ที่อยู่ใกล้บ้านพักอาศัย ไม่ควรอยู่ใกล้ถนน เพราะกบจะตื่นตกใจ ไม่กินอาหารและตายในที่สุด

อ่านบทความอื่นๆเพิ่มเติมได้ที่ : เกมไพ่กบดำกบแดง